แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กรดเบส แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กรดเบส แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

Acid and Base 36



    Mr.Rittichai   Sae Tia
    Cell phone : +66843315969 / 0843315969
    Home phone : +6624769832/ 024769832
    23/14 Moo5, Soi Suksawad14,
    Suksawad Rd.,Jomtong,
    Bangkok - Thailand

Main Menu

# h1chepat2_36    PAT2  วิชาเคมี   เดือนมีนาคม  2553
36. ไทเทรตสารละลายกรดแอซิติก  (CH3COOH)  เข้มข้น 0.2 โมลาร์
     ปริมาตร 15.00 มิลลิลิตร ด้วยสารละลาย NaOH เข้มข้น 0.1 โมลาร์
     ปริมาตร 20.00 มิลลิลิตร สารละลายผสมที่ได้คือข้อใด
    (กำหนด Ka ของ CH3COOH ที่ 25oC = 1.8x10-5 ,  log 0.5 = -0.301 ,
     log 1.5 = 0.176 , log 1.8 = 0.255)

1.  สารละลายกรด pH 3.150   2.  สารละลายบัฟเฟอร์ pH 4.921
3.  สารละลายบัฟเฟอร์ pH 5.046   4.  สารละลายเบส pH 8.751



Strategy - the rule "Must have" of Mr.Zhang ®

สิ่งที่โจทย์ให้
การไทเทรตกรดอ่อนกับเบสแก่ กรดอะซิติก CH3COOH กับ NaOH
ค่าคงที่สมดุลของกรดอ่อน   Ka ของ CH3COOH ที่ 25oC = 1.8x10-5
log 0.5 = -0.301 ,  log 1.5 = 0.176 , log 1.8 = 0.255
สิ่งที่โจทย์ถาม
สารละลายผสมที่ได้คือข้อใด
สิ่งที่เรารู้
การไทเทรตกรด-เบส (Tritration) เป็นวิธีหาความเข้มข้นของ
กรดหรือเบสจากการทำปฏิกิริยากับกรดหรือเบสที่ทราบความ
เข้มข้นแน่นอน ซึ่งเรียกว่า สารละลายมาตราฐาน แล้วนำ
ปริมาตรของสารที่ทำปฏิกิริยามาคำนวณหาความเข้มข้น
ของ
สารที่ไม่ทราบความเข้มข้น
ปฏิกิริยาเคมีวิเคราะห์จากโจทย์
  
หาจำนวนโมล CH3COOH ที่ 15 ml. ;
จำนวนโมล
ปริมาตร(ml.)
;
0.2
1000
=
A
15
จำนวนโมล;
0.2 x 15
1000
= A
จำนวนโมล; A = 0.003 โมล
  
หาจำนวนโมล NaOH ที่ 20 ml.
จำนวนโมล
ปริมาตร(ml.)
;
0.1
1000
x
B
20
จำนวนโมล;
0.1 x 20
1000
= B
จำนวนโมล; B = 0.002 โมล

∴ พิจารณาจากอัตราส่วน(1:1:1) ;เมื่อสารตั้งต้น NaOH ถูกใช้หมดครับ
สาร CH3COOH จะคงเหลือ = 0.003 - 0.002 = 0.001 โมล
และตัวผลิตภัณฑ์ในระบบ CH3COONa = 0.002 โมล
(อย่าลืมนะครับ เราพิจารณาจากอัตราส่วนของสมการปฏิกิริยาครับ)

∴ในระบบประกอบด้วยกรดอ่อน CH3COOH และ
เกลือของกรดอ่่อน CH3COONa จึงเป็นสารละลายบัฟเฟอร์

สารละลายบัฟเฟอร์คือสารละลายที่ประกอบด้วยสารละลาย
กรดอ่อนกับเกลือของกรดอ่อน หรือสารละลายเบสอ่อนกับ
เกลือของเบสอ่อน ซึ่งเป็นคู่กรด-เบสกัน มีสมบัติในการควบคุม pH
ของสารละลายให้เกือบคงที่เมื่อเติมกรดหรือเบสลงไปเพียงเล็กน้อย
ค่าคงที่สมดุลของกรดอ่อน ; Ka =
[A-][H3O+]
[HA]
นำค่า Ka จากโจทย์มาใช้ ; 1.8 x 10-5  = 
[CH3COONa][H3O+]
[CH3COOH]
H3O+  =   1.8 x 10-5  x 
[CH3COOH]
[CH3COONa]
H3O+  =   1.8 x 10-5  x 
[0.001 x (35/1000)]
[0.002 x (35/1000)]
H3O+  =   9 x 10-6
pH = -log[H3O+]
pH = -log[9 x 10-6]
pH = 6 - log9
pH = 6 - 2log3
pH = 6 - 2(0.4771)
pH = 5.046
มาถึงตรงนี้สามารถตอบได้แล้วครับ
3.  สารละลายบัฟเฟอร์ pH 5.046     ✔
เป็นตัวเลือกที่ถูกต้องครับ
เราลองมาดูอีก 1 สูตร
ในการหาค่า pH ของสารละลายบัฟเฟอร์ของกรดอ่อน
pH =  pKa - log
กรด
เกลือ
pH =  -log(1.8x10-5) - log
0.001
0.002
pH =  -[log1.8 - 5]  - log(0.5)
pH =  -[0.255 - 5]  + 0.301
pH =  4.745  + 0.301
pH =  5.046
การใช้สูตรนี้ก็เป็นการยืนยันคำตอบของข้อที่ 3 อีกครั้งครับ      ✔
ข้อที่ 1 สารละลายกรด pH 3.150 ผิดครับ      ✘
ข้อที่ 2 สารละลายบัฟเฟอร์ pH 4.921 ผิดครับ      ✘
ข้อที่ 4. สารละลายเบส pH 8.751 ผิดครับ      ✘



การเตรียมตัวก่อนตายและก่อนเจ็บป่วย
(ผมคิดของผมเองนะครับ)

การสวดมนต์
1. ควรรู้ความหมายของบทสวด
2. สวดบทพุทธคุณ(อิติปิโส) เท่าอายุเกินบวกด้วยหนึ่ง

"สวดมนต์เป็นยาทา วิปัสสนาเป็นยากิน"
การสวดมนต์เปรียบเสมือนการต่อรูปภาพเล็ก ๆ (จิ๊กซอ) ไปเรื่อย ๆ
ซึ่งจะทำให้เราสามารถได้รู้เห็นถึงรูปภาพใหญ่ ( กุศล [บนกุศล] ) ได้ชัดเจนขึ้นได้ครับ
ท่านสมณะ(ที่ปฐมอโศก) กล่าวว่า "อกุศลที่ตั้งอยู่บนกุศล ให้ทำไป เดี๋ยวจะกลายเป็นกุศลบนกุศล" ครับ
ผลของกรรมชั่วมาตัดรอน เมื่อไหร่ เราก็อาจจะตายได้ทุกเมื่อ
ฉนั้นเมื่อมีโอกาสสร้างกุศลก็รีบทำครับ โดยการเก็บเล็กผสมน้อยครับ

วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

acid and base เรื่องกรดเบส



    Mr.Rittichai   Sae Tia
    Cell phone : +66843315969 / 0843315969
    Home phone : +6624769832/ 024769832
    23/14 Moo5, Soi Suksawad14,
    Suksawad Rd.,Jomtong,
    Bangkok - Thailand

Main Menu

# h1chepat2_35    PAT2  วิชาเคมี   เดือนมีนาคม  2553
35. ตารางแสดงค่าคงที่การแตกตัวของกรด

ชื่อสารKa
 HSO -4 1.2 x 10-2
 HNO2 4.5 x 10-4
     CH3COOH      1.8 x 10-5
 NH +4 6.0 x 10-10

ข้อใดเรียงลำดับความแรงของคู่เบสของสารในตารางได้ถูกต้อง
1.  SO 2-4  >   NO -2  >   CH3COO-  > NH3
  2.  NH 3   >  CH3COO-   >  NO -2  >   SO 2-4
      3.  H2SO4   >  NO -2   >  CH3COO-   >  NH 2+5
      4.  NH 2+5  >   CH3COO-   >  NO -2   >  H2SO4





Strategy - the rule "Must have" of Mr.Zhang ®

สิ่งที่โจทย์ให้
โจทย์เรียงลำดับการแตกตัวเป็นไอออนของกรดอ่อนจากค่ามากไปน้อย
โดยเราดูจากค่า Ka ดังนี้ครับ
 HSO -4  >   HNO2  >   CH3COOH  >   NH  +4
สิ่งที่โจทย์ถาม
ข้อใดเรียงลำดับความแรงของคู่เบสของสารในตารางได้ถูกต้อง
สิ่งที่เรารู้
1. คู่กรด-เบส คือคู่เบสของกรดแก่ จะเป็นเบสอ่อน
และคู่เบสของกรดอ่อน จะเป็นเบสแก่
∴ เราใช้คู่เบสของกรดอ่อน จะเป็นเบสแก่ เรียงจากมากไปน้อย
เรารู้ว่าความแรงของคู่เบสก็คือตัวเบสที่แรงมากที่สุดซึ่งจะตรงกับ
การแตกตัวเป็นไอออนของกรดอ่อนที่น้อยที่สุด(ตามที่โจทย์ให้มา)
สารที่แตกตัวเป็นไอออนของกรดอ่อนที่น้อยที่สุด คือ  NH +4
สารที่มีความแรงก็คือตัวเบสที่แรงมากที่สุดซึ่งจะตรงกันคือ NH3
ปฏิกิริยาตัวอย่าง

 
คู่กรด-เบส
เป็นระบบของสารที่มีความคล้ายคลึงกันต่างกันเฉพาะ H 1 อะตอม
โดยสารที่มีไฮโดรเจนมากกว่าเป็นคู่กรด และสารที่ไฮโดรเจนน้อยกว่า
เป็นคู่เบส คู่กรดเบสจะเกิดขึ้นจากปฏิกิริยาที่ผันกลับได้ เช่น
    NH +4 ทำหน้าที่เป็นกรด ส่วน NH 3 ทำหน้าที่เป็นเบส
แอมโมเนียมไอออน  NH+4 เป็นคู่กรดของแอมโมเนีย NH 3
หรืออาจกล่าวได้ว่าแอมโมเนีย NH3 เป็นคู่เบสของ แอมโมเนียมไอออน
 NH+4 ตามที่โจทย์ถาม
ตามทฤษฎีของ Bronsted-Lorway, กรดเป็นสารที่ให้โปรตอน H+
ให้กับสารประกอบตัวอื่น (ยืนยัน ; NH+4 เป็นกรด)
โดยดูจากปฏิกิริยาตัวอย่าง NH+4 ให้ โปรตอน กับ น้ำ
ตัวแอมโมเนียมไอออน NH+4 จะกลายเป็น แอมโมเนีย NH3
ส่วนที่ปฏิกิริยาย้อนกลับ Hydronium Ion (H3O)
ให้ H+ กับ NH3
ตัว Hydronium Ion (H3O) จะกลายเป็นน้ำ (H2O)
ส่วน แอมโมเนีย NH3 จะกลายเป็น แอมโมเนียมไอออน NH+4
มาถึงตรงนี้ เราสามารถตอบได้แล้วครับว่าตัวเลือก  
2.  NH 3   >  CH3COO-   >  NO -2     >  SO 2-4
เป็นตัวเลือกที่ถูกต้องครับ    ✔

ตัวเลือกที่ 1  ✘

ตัวเลือกที่ 3   ✘

พิจารณาตัวเลือกที่ 4  ✘

4.  NH 2+5  >   CH3COO-   >  NO -2   >  H2SO4     ✘
HSO-4 (aq)  + H2O (l) H3O + +  H2SO4    ✘
HSO-4 (aq)  + H2O (l) H3O + + SO2-4   ✔ เป็นตัวเลือกข้อ 2

มาถึงตรงนี้เราได้พิสูจน์ความถูกต้องของข้อ 2 ทั้งส่วนหัวและส่วนท้ายเรียบร้อยแล้ว
2.  NH 3   >  CH3COO-   >  NO -2     >  SO2-4
ส่วนหัวคือ NH3
ส่วนท้ายคือ SO2-4

การสวดมนต์เปรียบเสมือนการต่อรูปภาพเล็ก ๆ (จิ๊กซอ) ไปเรื่อย ๆ
ซึ่งจะทำให้เราสามารถได้รู้เห็นถึงรูปภาพใหญ่ ( กุศล [บนกุศล] ) ได้ชัดเจนขึ้นได้ครับ
สมณะ(ที่ปฐมอโศก) กล่าวว่า อกุศลที่ตั้งอยู่บนกุศล ให้ทำไป เดี๋ยวจะกลายเป็นกุศลบนกุศลครับ
ผลของกรรมชั่วมาตัดรอน เมื่อไหร่ เราก็อาจจะตายได้ทุกเมื่อ
ฉนั้นเมื่อมีโอกาสสร้างกุศลก็ทำครับ โดยการเก็บเล็กผสมน้อยครับ