แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิชาเคมี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิชาเคมี แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

equilibrium chemistry สมดุลเคมี



    Mr.Rittichai   Sae Tia
    Cell phone : +66843315969 / 0843315969
    Home phone : +6624769832/ 024769832
    23/14 Moo5, Soi Suksawad14,
    Suksawad Rd.,Jomtong,
    Bangkok - Thailand


Main Menu


# h1chepat2_34    PAT2  วิชาเคมี   เดือนมีนาคม  2553
34. HgS มีค่า Ksp เท่ากับ 1 x 10-49  ถ้าตัวอย่างน้ำเสียจากโรงงาน
      อุตสาหกรรม มีความเข้มข้นของ Hg 2+ เท่ากับ 2 x 10-20 โมลาร์
      และความเข้มข้นของ S2- เท่ากับ 1 x 10-29 โมลาร์
      ตัวอย่างน้ำเสียนี้มีสภาวะเป็นอย่างไร
 1. เป็นสารละลายเจือจางของเกลือ HgS
 2. เป็นสารละลายอิ่มตัวของเกลือ HgS
 3. เกิดตะกอนของเกลือ HgS
 4. สรุปไม่ได้




Strategy - the rule "Must have" of Mr.Zhang ®

สิ่งที่โจทย์ให้
โมเลกุล HgS = Mercury sulfide หรือเรียกว่า ซัลไฟด์ของปรอท
1. HgS มีค่า Ksp เท่ากับ 2 x 10-49
    [Ksp คือค่าคงที่ของการละลาย]
2. ความเข้มข้นของ Hg2+ ( เมอคิวรี่ไอออน มีประจุเป็น +2) เท่ากับ 2 x 10-20 โมลาร์
3. ความเข้มข้นของ S2- (Sulfide ion มีประจุเป็น -2)เท่ากับ 1 x 10-29 โมลาร์

Hg2+(aq) + S2-(aq) HgS(s)

สิ่งที่โจทย์ถาม
ตัวอย่างของน้ำเสียนี้มีสภาวะเป็นอย่างไร

สิ่งที่เราต้องรู้
สมการเคมีของสารประกอบไอออนิกจากโจทย์ ;
Hg2+(aq) + S2-(aq) HgS(s)
Ksp(Solubility Product Constant) เรียกว่า ค่าคงที่ผลคูณของการละลาย
เราให้ผลคูณของความเข้มข้นของไอออน = Ksp1
โมลาร์ มีหน่วยเป็น mol / L
[Hg2+][S2-] = Ksp แสดงว่า HgS เริ่มตกตะกอน
[Hg2+][S2-] > Ksp แสดงว่า HgS ตกตะกอน
[Hg2+][S2-] < K sp แสดงว่า HgS ไม่ตกตะกอน
[2 x 10-20][1 x 10-29] = 2 x 10-49  
2 x 10-49   >  1 x 10-49
∵  ผลคูณ (Ksp1) มากกว่าค่า Ksp ของโจทย์
∴  ตัวเลือกที่ 3. เกิดตะกอนของเกลือ HgS ถูกต้อง        ✔


∴  ตัวเลือกที่ 2. เป็นสารละลายอิ่มตัวของเกลือ HgS ผิดครับ        ✘

จากสูตรก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นสารละลายเข้มข้นและจากสูตรก็ยังมีการตกตะกอน
∴  ตัวเลือกที่ 1. เป็นสารละลายเจือจางของเกลือ HgS ผิดครับ        ✘

∴  ตัวเลือกที่ 4. สรุปไม่ได้ ผิดครับ        ✘


โมเลกุล HgS = Mercury sulfide หรือเรียกว่า ซัลไฟด์ของปรอท
ซัลไฟด์ของปรอท (Mercury sulfide--->HgS),mercury(II) sulfide
เป็นสารประกอบเคมีซึ่งประกอบไปด้วย
ธาตุ mercury(Hg) คือ สัญลักษณ์อะตอมของปรอท
และ ธาตุ ซัลเฟอร์ (sulfur)
และถูกแทนโดยสูตรทางเคมี HgS. ในภาพที่เห็นคือซัลไฟด์ของปรอท
(HgS) ซึ่งถ้าเราให้ความร้อน ในที่มีอากาศจำกัด ก็จะได้ธาตุปรอท
ออกมา (จริง ๆ แล้วจะเป็นไอปรอท ต้องรอให้เย็นลงก่อน จึงกลาย
เป็นของเหลวที่อุณหภูมิห้องครับ)
HgS(s) + O2(g) ----> SO2(g) + Hg(g)
Ksp มีค่ามากจะละลายได้มาก
ถ้าละลายได้ดีมากในน้ำ ละลายหมด ปฏิกิริยาจะ ไม่เกิดภาวะสมดุล
ตัวอย่างเช่นเกลือละลายในน้ำ จะแตกตัวให้ไอออน ถ้าละลายได้ดีมาก
ในน้ำละลายหมด ปฏิกิริยาจะไม่เกิดภาวะสมดุล
แต่ถ้าเป็นเกลือที่ละลายน้ำได้น้อยมาก ยังมีเกลือเหลืออยู่
สามารถเกิดภาวะสมดุลได้


 

การสวดมนต์เปรียบเสมือนการต่อรูปภาพเล็ก ๆ (จิ๊กซอว์) ไปเรื่อย ๆ 
ซึ่งจะทำให้เราสามารถได้รู้เห็นถึงรูปภาพใหญ่ ( กุศล [บนกุศล] ) ได้ชัดเจนขึ้นได้ครับ
พระท่านบอกผมว่า อกุศลที่ตั้งอยู่บนกุศล ให้ทำไป เดี๋ยวจะกลายเป็นกุศลบนกุศลครับ
ผลของกรรมชั่วมาตัดรอน เมื่อไหร่ เราก็อาจจะตายได้ทุกเมื่อ
ฉนั้นเมื่อมีโอกาสสร้างกุศลก็ทำครับ โดยการเก็บเล็กผสมน้อยครับ

วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

PAT2-32 วิชาเคมี เดือนมีนาคม 2553



    Mr.Rittichai   Sae Tia
    Cell phone : +66843315969 / 0843315969
    Home phone : +6624769832/ 024769832
    23/14 Moo5, Soi Suksawad14,
    Suksawad Rd.,Jomtong,
    Bangkok - Thailand

Main Menu

# h1chepat2_32    PAT2  วิชาเคมี   เดือนมีนาคม  2553
32. จากปฏิกิริยา N2 (g) + 3H2 (g)2NH3 (g) + 92 kJ
การรบกวนสมดุลและผลจากการปรับสมดุล ข้อใดถูก
   การรบกวน
สมดุล 
 ทิศทางการปรับ
สมดุล
กับสมดุลเดิม 
 ปริมาณ NH3   ใน
สมดุลใหม่เมื่อเทียบ
สมดุลเดิม 
 ค่าคงที่สมดุล 
 1.   ลดปริมาตรภาชนะ    เกิดไปทางซ้าย    ลดลง    เปลี่ยนแปลง  
 2.   เพิ่มH2 (g)    เกิดไปทางขวา    ลดลง    เท่าเดิม  
 3.   กำจัด NH3 (g) ออกไป    เกิดไปทางซ้าย    เพิ่มขี้น    เท่าเดิม  
 4.   ลดอุณหภูมิ    เกิดไปทางขวา    เพิ่มขี้น    เปลี่ยนแปลง  




Strategy - the rule "Must have" of Mr.Zhang ®

สิ่งที่โจทย์ให้
สมการเคมี การเกิด แอมโมเนีย
N2  (g) + 3H2  (g) 2NH3  (g) + 92 kJ 
เป็นปฏิกิริยาคายความร้อน และเป็นปฏิกิริยาผันกลับได้

สิ่งที่โจทย์ถาม
   การรบกวน
สมดุล 
 ทิศทางการปรับ
สมดุล
กับสมดุลเดิม 
 ปริมาณ NH3   ใน
สมดุลใหม่เมื่อเทียบ
สมดุลเดิม 
 ค่าคงที่สมดุล 
 1.   ลดปริมาตรภาชนะ    เกิดไปทางซ้าย    ลดลง    เปลี่ยนแปลง  
ตัวเลือกที่ 1. เมื่อลดปริมาตรภาชนะ โมเลกุลของอนุภาคจะมีโอกาสกระทบมากขึ้น
กว่าปกติ หรืออาจกล่าวได้ว่า ปริมาตรลด ความดันจะเพิ่ม เพราะ P = 1/V
เมื่อความดันเพิ่มก็จะส่งผลให้โมเลกุลกระทบกันมากขึ้น

สมดุลของปฏิกิริยาจะเกิดไปทางขวา เมื่อเทียบกับสมดุลเดิม ปริมาณของ NH3ควรจะเพิ่มมาก
ขึ้นเมื่อเทียบกับสมดุลเดิม ค่าคงที่สมดุลจะเท่าเดิม
ตัวเลือกข้อ 1 ผิดครับ
ค่าคงที่สมดุล (Equilibrium constant) ย่อ K หรือ Kc หรือ Keq
"ปฏิกิริยาเคมีที่ผันกลับได้ ถ้าระบบดำเนินเข้าสู่ภาวะสมดุล ขณะนั้นความเข้มข้นของ
สารต่าง ๆ คงที่ ซึ่งถ้านำความเข้มข้นของสารเหล่านั้นมาหาความสัมพันธ์ จะพบว่า
อัตราส่วนระหว่างผลคูณของความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดยกกำลังด้วยตัวเลข
บอกจำนวนมวลของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ กับผลคูณของความเข้มข้นของสารตั้งต้นแต่ละชนิด
ยกกำลังด้วยตัวเลขบอกจำนวนโมลของสารตั้งต้นนั้น จะได้ค่าคงที่เสมอ ณ อุณหภูมิค่าหนึ่ง
เรียกว่า ค่าคงที่สมดุล"
[ค่าคงที่สมดุล]K = 
[(NH)3]2
[N2]1[H2]3
  
พิจารณาตัวเลือกที่ 2
   การรบกวน
สมดุล 
 ทิศทางการปรับ
สมดุล
กับสมดุลเดิม 
 ปริมาณ NH3   ใน
สมดุลใหม่เมื่อเทียบ
สมดุลเดิม 
 ค่าคงที่สมดุล 
 2.   เพิ่ม H2(g)    เกิดไปทางขวา     ลดลง    เท่าเดิม  
  
ถ้าเราเพิ่ม H2(g)  
N2  (g) + 3H2  (g) 
2NH3 (g) + 92 kJ

ทิศทางการปรับสมดุลกับสมดุลเดิมจะเกิดไปทางขวา อันนี้ถูกครับ
เพราะเมื่อเพิ่มจำนวนโมลของ H2 มันก็จะไปจับกับ N2 ปฏิกิริยาก็จะไป
ทางขวาและ ปริมาณของแอมโมเนีย NH3 ก็จะมีมากขึ้นด้วยครับ
เมื่อเทียบกับสมดุลเดิมครับ

ปริมาณ NH3 ในสมดุลใหม่เมื่อเทียบสมดุลเดิม ลดลง อันนี้ไม่ถูกครับ
อันนี้โดยความเป็นจริงแล้ว NH3 ต้องเพิ่มขึ้นครับ

ส่วนค่าคงที่ (K) ของสมดุลยังคงเป็นเท่าเดิมครับ

ฉนั้นตัวเลือกข้อ 2 ผิดครับ

  
พิจารณาตัวเลือกที่ 3
   การรบกวน
สมดุล 
 ทิศทางการปรับ
สมดุล
กับสมดุลเดิม 
 ปริมาณ NH3   ใน
สมดุลใหม่เมื่อเทียบ
สมดุลเดิม 
 ค่าคงที่สมดุล 
 3.   กำจัด NH3(g) ออกไป    เกิดไปทางซ้าย    เพิ่มขึ้น    เท่าเดิม  
  
การกำจัด NH3(g) ออกไป   นั้นทิศทางจะต้องไปทางขวา เพราะ NH3(g)เป็น
ผลิตภัณฑ์ที่เกิดมาจากสารตั้งต้น ทางด้านซ้าย ฉนั้นถ้าต้องการกำจัด NH3(g)
ทิศทางต้องเกิดไปทางขวาครับ
ส่วนปริมาณ NH3(g) จะลดลงครับ
และค่าคงที่สมดุลจะเท่าเดิมครับ
ฉนั้นตัวเลือกข้อ 3 ตามโจทย์ผิดครับ
  
พิจารณาตัวเลือกที่ 4
   การรบกวน
สมดุล 
 ทิศทางการปรับ
สมดุล
กับสมดุลเดิม 
 ปริมาณ NH3   ใน
สมดุลใหม่เมื่อเทียบ
สมดุลเดิม 
 ค่าคงที่สมดุล 
 4.   ลดอุณหภูมิ    เกิดไปทางขวา    เพิ่มขึ้น    เปลี่ยนแปลง  
  

  เลอชาเตอลิเอ (Le Chatelier's Principle)
กล่าวว่า "เมื่อระบบที่อยู่ในภาวะสมดุลถูก
รบกวนโดยการเปลี่ยนแปลงปัจจัยที่มีผล
ต่อภาวะสมดุลของระบบ ระบบจะเกิดการ
เปลี่ยนแปลงไปใน ทิศทางที่จะลดผลของ
การรบกวนนั้น เพื่อให้ระบบเข้าสู่ภาวะ
สมดุลอีกครั้ง"
N2 (g) + 3H2 (g)   2NH3 (g)  + 92 kJ 
N2 (g) + 3H2 (g)  2NH3(g) + 92 kJ        ; ปฏิกิริยาคลายความร้อน (Exothermic)
เราจะพิจารณาปฏิกิริยาคลายความร้อน (Exothermic) ตามรูป
การรบกวนสมดุลด้วยการลดอุณหภูมิ และทิศทางจะเกิดไปทางขวา
โดยจะเพิ่มความเข้มข้นของตัวผลิตภัณฑ์ แอมโมเนีย NH3 (g)
และระบบก็จะกลับสู่สมดุลอีกครั้ง ค่าคงที่ (K) จะเพิ่มตามดังสมการ

ดูตารางประกอบด้วยนะครับ
[ค่าคงที่สมดุล]K = 
[(NH)3]2
[N2]1[H2]3
ฉนั้นตัวเลือกข้อ 4 ตามโจทย์ถูกต้องครับ
 
ตารางที่ควรจดจำ
 ประเภทของปฏิกิริยา  เพิ่มอุณหภูมิ  ลดอุณหภูมิ  กราฟความสัมพันธ์
ระหว่างอุณหภูมิ
กับค่า K 
ปฏิกิริยาคายความร้อน
ค่าคงที่สมดุล (K)
สารผลิตภัณฑ์
สารตั้งต้น

ลดลง
ลดลง
เพิ่มขึ้น

เพิ่มขึ้น
เพิ่มขึ้น
ลดลง

ปฏิกิริยาดูดความร้อน
ค่าคงที่สมดุล (K)
สารผลิตภัณฑ์
สารตั้งต้น

เพิ่มขึ้น
เพิ่มขึ้น
ลดลง

ลดลง
ลดลง
เพิ่มขึ้น



วันพฤหัสบดีที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

PAT2 วิชาเคมี เดือนมีนาคม 2553 ข้อที่ 31



    Mr.Rittichai   Sae Tia
    Cell phone : +66843315969 / 0843315969
    Home phone : +6624769832/ 024769832
    23/14 Moo5, Soi Suksawad14,
    Suksawad Rd.,Jomtong,
    Bangkok - Thailand


Main Menu


# h1chepat2_31    PAT2  วิชาเคมี   เดือนมีนาคม  2553
31. ข้อใดมีสภาพขั้วเหมือนกันทั้งหมด
  1. CHCl3   H2O   CS2         2. CCl4   CO2   BF3
  3. PCl5   SO2   BeCl2         4. NH3   HCl   CO2




Strategy - the rule "Must have" of Mr.Zhang ®

สิ่งที่โจทย์ให้
สูตรโมเลกุลทั้งที่เป็นโมเลกุลมีขั้วและไม่มีขั้ว

สิ่งที่เรารู้
อิเล็กโทรเนกาติวิตี หมายถึง ความสามารถในการดึงดูดอิเล็กตรอนในพันธะเข้า
มาหาตัวเอง, Cl อยู่หมู่ 7 มีความสามารถในการดึงอิเล็กตรอนเข้ามาหาตัวเอง
มากกว่า Na ซึ่งอยู่หมู่ 1 ดังรูป NaCl
  


พันธะไม่มีขั้ว คือพันธะที่เกิดจากอะตอมของธาตุ ที่มี EN เท่ากันเช่น Cl-Cl
พันธะไม่มีขั้วเกิดในโมเลกุลใด โมเลกุลนั้นก็มักจะเป็นโมเลกุลไม่มีขั้ว
เช่น Cl2, O2, P4, S8, แต่ O3 มีขั้วเล็กน้อย
 
โมเลกุลไม่มีขั้ว คือโมเลกุลที่มีรูปร่างสมมาตร ผลรวมของขั้วพันธะ[μ] หักล้างกันหมด
 และหรือโมเลกุลที่ไม่มีขั้วอาจจะเกิดจากพันธะที่มีขั้วหรือพันธะที่ไม่มีขั้วก็ได้

มาดูพันธะมีขั้วแต่พอเป็นโมเลกุลแล้วไม่มีขั้ว
C-Cl เป็นพันธะมีขั้ว
โมเลกุล CCl4 เป็นรูปสมมาตรรอบแกนใด ๆ ที่มาร่วมงานกับสองอะตอมของ C-Cl
ขั้วของพันธะ C-Cl ต่อสู้กับอีกฝั่งหนึ่ง ดังนั้นโมเลกุลคาร์บอนเตตระคลอไรเป็นแบบไม่มีขั้ว

         

CCl4 มีโครงสร้างรูปทรง 4 หน้า. พันธะทั้งสี่ C-Cl เป็นพันธะโคเวเล้นต์มีขั้วมีทิศทางไปยังทิศทางทั้ง 4 มุม
ของรูปทรง 4 หน้า. ความเป็นขั้วทั้งหมดถูกหายไปเพราะสุทธิของพันะธะการเคลื่อนที่เป็น 0 สำหรับทั้งโมเลกุล
ดังนั้น CCl4 เป็นโมเลกุลไม่มีขั้วโดยนัยของรูปร่างรูปทรง 4 หน้า.


CCl4 เป็นโมเลกุลไม่มีขั้ว
CO2 เป็นโมเลกุลไม่มีขั้ว ตามรูปสมมาตรนะครับ
BF3 เป็นโมเลกุลไม่มีขั้ว ตามรูปสมมาตรนะครับ
BCl3 เป็นโมเลกุลไม่มีขั้ว ตามรูปสมมาตรนะครับ
ตัวเลือกที่ 2. CCl4 CO2 BF3 เป็นโมเลกุลมีขั้วเหมือนกันหมดครับ ข้อนี้ถูกต้องครับ
พิจารณาตัวเลือกที่ 4 NH3 HCl CO2
โมเลกุล CO2 มีรูปร่างสมมาตร ขั้วพันธะ[μ] หักล้างกันหมดซ้ายขวาครับ
โมเลกุล HCL อะตอมถูกเชื่อมกันโดยผ่านพันธะโคเวเล้นต์, ความเป็นขั้วนี้ถูก
กำหนดโดยค่าอิเล็กโตรเน็กกาตีวีตี้ที่แตกต่างกันของทั้งสองตัว ความเป็นพันธะ
จะเลื่อนมาทาง Cl เพราะ Cl มีค่า อิเล็กโตรเน็กกาตีวีตี้ มากกว่า H
โมเลกุล HCl มีรูปร่างไม่สมมาตร ขั้วพันธะ[μ] หักล้างกันไม่หมด[ซ้าย-ขวา] ครับ
HCl เป็นโมเลกุลมีขั้ว
สามารถพิจารณาตัวเลือกที่ 4.       NH3   HCl   CO2
ได้แล้วว่าสภาพขั้วไม่เหมือนกันทั้งหมดครับ ตัวเลือกข้อ 4 ผิดครับ
NH3 แอมโมเนีย
1. เขียนโครงสร้างแบบจุดของ ลิวอิส(Lewis).    N ถูกเชื่อมด้วยกันกับไฮโดรเจน(H) 3 อะตอม,
และมี 1 คู่ โดดเดี่ยวหลงเหลือที่ไม่ได้แชร์ของไนโตรเจน(N).
2. ใช้ ทฤษฎี VSEPR ในการตัดสินรูปร่างของ NH3. รูปทรงเรขาคณิตคือรูปร่างโมเลกุล
เป็นพีระมิดฐาน 3 เหลี่ยม [TRIGONAL PYRAMIDAL].
 
N ไนโตรเจนอะตอมกลางมีอิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยวหลงเหลือ 1 คู่
ถึงแม้อะตอมที่จับล้อมรอบคือไฮโดรเจนเหมือนกัน แต่เนื่องจากจับ
กับอิเล็กตรอนของ N ไนโตรเจนไม่หมด รูปร่างของโมเลกุล
ไม่สมมาตร NH3 จึงเป็นโมเลกุลมีขั้ว
พิจารณา 1. CHCl3    H2O    CS2
พิจารณา  H2O  
สภาพขั้วของน้ำไม่สามารถที่อะตอมกลางคือ ออกซิเจน
สามารถหักล้างสภาพขั้วออกไปได้ อิเล็กตรอนจะทำให้โมเลกุลมีขั้ว
ระหว่างไฮโดรเจนและออกซิเจน. ออกซิเจนมีอิเล็กโตรเนกกาตีวีตี้สูงก็จะดึง e-
หรือประจุลบเข้ามาใกล้ตัว, ทำให้ดินแดนรอบออกซิเจนมีอิทธิพลลบมากกว่าพื้นล้อมรอบไฮโดรเจน.
โมเลกุลของน้ำจึงมีขั้ว


พิจารณา Carbon Disulfide  -----> CS2   
ซัลเฟอร์ (S) อยู่หมู่ 6 คาร์บอนด์อยู่หมู่ 4
รูปร่างโมเลกุลเป็นเส้นตรง เราสามารถตัดสินใจด้วย โครงสร้างลิวอิส
ที่ว่าเป็นรูปโมเลกุลเส้นตรง. อะตอมทั้งหมดอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน
และมุมระหว่าพันธะคือ 180 องศาและมันก็เป็นรูปสมมาตรด้วย,
จำนวนอิเล็กตรอนที่จัดเรียงของ Sulfur ทั้งซ้ายและขวาเหมือนกัน
ลักษณะอย่างนี้หมายความถึงการไม่มีขั้ว. ฉนั้น CS2 เป็นโมเลกุลไม่มีขั้ว
โจทย์ถามว่าข้อใดมีสภาพขั้วเหมือนกันทั้งหมด ฉนั้นตัวเลือกที่ 1
สามารถตอบได้แล้วว่า ไม่ถูกต้อง เพราะโมเลกุลทั้งหมดมีสภาพขั้ว
ไม่เหมือนกันทั้งหมดครับ
พิจารณา Trichloromethane,Chloroform, Methyl trichloride หรือ Methane trichloride  (CHCl3)
ค่าตาราง Electronegativity; C - 2.5,  H - 2.2,  Cl - 3.2
ตามรูป, ลูกศรแสดงพลังงานที่ไหลไปแต่ละพันธะ, ลูกศรเคลื่อนที่จากค่าที่ต่ำกว่า
ไปหาค่าที่สูงกว่า. ดังนั้นลูกศรเคลื่อนจาก H (2.2) ไป C (2.5) และจาก
C (2.5) ไป Cl (3.2) ถ้าลูกศรแสดงทิศทางการไหลของ e-
หักล้างซึ่งกันและกัน, แล้วโมเลกุลจะเป็นแบบไม่มีขั้ว, ถ้าไม่ใช่แล้วโมเลกุลจะเป็น
แบบมีขั้ว. ลูกศรทั้งหมดไม่ได้หักล้างซึ่งกันและกัน, สำหรับ Cl มีค่าประจุลบมากกว่า C
และ H. ดังนั้น Methyl trichloride หรือ Methane trichloride,Trichloromethane,Chloroform
เป็นโมเลกุลมีขั้ว ข้างหนึ่งมีค่าประจุ(Cl) มากกว่า (H). และเป็นรูปทรงสี่หน้า(Tetrahedral)
อย่าลืมนะครับโมเลกุลตรงกลางคือ C ไม่มี e- หลงเหลือก็จริงแต่พึงสังเกตุโมเลกุล
ล้อมรอบมีทั้ง H และ Cl ขั้วของพันธะจึงหักล้างกันไม่หมดจึงเป็นโมเลกุลมีขั้วครับ
CHCl3  Methyl trichloride หรือ Methane trichloride,Trichloromethane,Chloroform
เป็นโมเลกุลมีขั้วครับ
   
  
เราลองมาสังเกตุ CH4 อันนี้เป็นโมเลกุลไม่มีขั้วเพราะความเป็นขั้วของพันธะมันหักล้าง
กันหมดครับขอให้ดูรูปร่าง CH4 ประกอบด้วยนะครับ รูปร่างก็สมมาตรด้วยครับ

  
  
พิจารณาตัวเลือกที่ 3. PCl5 SO2 BeCl2
พิจารณา Phosphorus Pentachloride (PCl5)
P อยู่กลุ่ม 5,   Cl อยู่กลุ่ม 7
อิเล็กโตรเน็กกาตีวีตีของ Cl มากกว่า P พันธะมีขั้ว
ข้อสังเกตุ โมเลกุลจึงเป็นแบบไม่มีขั้ว
(1) P ซึ่งอยู่ตรงกลางไม่มีอิเล็กตรอนคู่หลงเหลือตรงกลาง
(2) อิเล็กตรอนที่ล้อมรอบทั้งหมดคือตัวเดียวกันคือ Cl
(3) รูปร่างโมเลกุลสมมาตร และเป็นแบบพีระมิดคู่ฐานสามเหลี่ยม Trigonal Bipyramidal
โมเลกุลจึงเป็นแบบไม่มีขั้ว


พิจารณา Sulfer Dioxide (SO2)
สูตรโมเลกุลทั่วไปจะเป็น AX2E
รูปร่างโมเลกุลเป็นรูปตัว V ดังนั้นความเป็นขั้วไม่ได้ถูกหักล้าง เป็นโมเลกุลมีขั้วครับ
โครงสร้างเรโซแนนซ์ เป็นโครงสร้างที่เขียนแทนโครงสร้างของสาร
ที่สามารถเขียนโครงสร้างได้หลายแบบ
มาถึงตรงนี้ เราสามารถตอบได้แล้วครับ พิจารณาตัวเลือกที่ 3. PCl5 ,  SO2 ,  BeCl2
เป็นตัวเลือกที่ผิดครับเพราะโมเลกุลสภาพขั้วไม่เหมือนกันทั้งหมดครับ
   พิจารณา BeCl2
   

BeCl2
Be อยู่หมู่ 2 และ Cl อยู่หมู่ 7
มีรูปร่างเป็นเส้นตรง โมเลกุลสมมาตรมุมระหว่างพันธันธะคือ 180o
ขั้วพันธะซ้ายขวาหักล้างกันหมดเป็นโมเลกุลไม่มีขั้วครับ